🗳️

พลเมืองรุ่นใหม่กับการเมืองไทย

October 4, 2026

🎯 "อนาคตในมือเรา" : พลเมืองรุ่นใหม่ในการเมืองและประชาธิปไตยไทย

  • ความหมายและมิติที่หลากหลายของการเมืองและประชาธิปไตยในชีวิตประจำวัน
  • พัฒนาการและปมประวัติศาสตร์การเมืองไทยผ่านมุมมอง "ชนชั้นนำทหาร-กษัตริย์นิยม"
  • เส้นทางความขัดแย้ง เหตุการณ์การรัฐประหาร และโฉมหน้าการเมืองไทยยุคปัจจุบัน
  • แนวทาง บทบาท และคุณลักษณะสำคัญของ "พลเมืองผู้ตื่นตัว" (Active Citizen) ในระบอบประชาธิปไตย

🏛️ 1. การเมืองคืออะไร ?

การเมืองมักถูกมองในแง่แคบว่าเป็นเรื่องของนักการแทรกแซง พรรคการเมือง การเลือกตั้ง หรือเกมอำนาจในรัฐสภา แต่ในความเป็นจริง การเมืองมีความหมายกว้างขวางและเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันอย่างแยกไม่ออก

นิยามการเมืองจากมุมมองของนักคิด

  • Max Weber (1946): การเมืองคือการแสวงหาและใช้อำนาจในการปกครอง โดยมี รัฐ (State) เป็นองค์กรที่มีเอกสิทธิ์ในการใช้อำนาจเพื่อรักษาระเบียบสังคม
  • David Easton (1965): การเมืองคือกระบวนการตัดสินใจว่า ใครได้อะไร ใครเสียอะไร และใครเป็นผู้มีสิทธิ์กำหนดกติกา
  • Harold D. Lasswell (1936): นิยามที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ "การเมืองคือใครได้อะไร เมื่อไร และอย่างไร" (Politics is who gets what, when, how.)
  • Hannah Arendt (1958): มองว่าการเมืองไม่ใช่แค่เรื่องอำนาจ แต่คือ "พื้นที่ของการกระทำร่วมกัน" (the space of appearance) ที่ผู้คนแสดงออก แสดงความคิดเห็น และร่วมกันสร้างสังคมที่ต้องการ

การเมืองในชีวิตประจำวัน

การเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่อยู่รอบตัวเราในทุกมิติ เช่น:

  • การเมืองในมหาวิทยาลัย: การเลือกตั้งสโมสรนักศึกษา การเรียกร้องการบริการที่ดี หรือเสรีภาพในการแต่งกายตามเพศสภาพ
  • การเมืองบนโซเชียลมีเดีย: การแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์ หรือสะท้อนความต้องการผ่านสื่อออนไลน์
  • การเมืองในครอบครัว: การเลือกเส้นทางอนาคต การใช้ชีวิต หรือการเลือกคบเพื่อน

การเมืองคือความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ห่อหุ้มตัวเรา กำหนดชีวิตเรา และเราก็ต่อรองให้เป็นไปตามที่เราต้องการ (แม้กระทั่งความรู้สึกเบื่อหน่ายการเมือง ก็ถือเป็นการเมืองรูปแบบหนึ่ง)


🗳️ 2. ประชาธิปไตยคืออะไร ?

รากศัพท์และหลักการสำคัญ

คำว่า Democracy มาจากภาษากรีกโบราณ:

  • demos หมายถึง ประชาชน
  • kratos หมายถึง อำนาจ
  • Democracy จึงแปลว่า "อำนาจของประชาชน"

พัฒนาการของประชาธิปไตยผ่านการปฏิวัติครั้งสำคัญ เช่น การปฏิวัติอังกฤษ (ค.ศ. 1688), การปฏิวัติอเมริกา (ค.ศ. 1776) และการปฏิวัติฝรั่งเศส (ค.ศ. 1789) ตั้งอยู่บน 3 อุดมคติหลัก:

  1. อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน: ประชาชนทุกคนคือเจ้าของอำนาจสูงสุดในรัฐ
  2. สิทธิและเสรีภาพ: ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต้องได้รับการคุ้มครอง มีอิสระในการแสดงออกและรวมกลุ่ม
  3. ความเสมอภาค: ความเท่าเทียมกันทางสิทธิทางการเมือง ไม่ว่าจะมีฐานะหรือเพศใด

ความหลากหลายของรูปแบบประชาธิปไตย

ในความเป็นจริง ประชาธิปไตยถูกปรับเปลี่ยนไปตามบริบทของแต่ละประเทศ จนเกิดรูปแบบต่างๆ มากมายกว่า 40 รูปแบบ เช่น ประชาธิปไตยแบบเสรีนิยม ประชาธิปไตยเชิงเนื้อหา ประชาธิปไตยทางตรง หรือประชาธิปไตยครึ่งใบ

กรณีศึกษา: "ประชาธิปไตยแบบไทย" (Thai-style democracy)

  • แนวคิดที่นำเสนอโดยผู้นำและนักคิดสายอนุรักษ์นิยม เพื่อให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมประเพณีไทย โดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
  • ตัวอย่างเช่นในยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ (พ.ศ. 2501-2506): เน้นความมั่นคงของรัฐและเสถียรภาพทางการเมือง มากกว่าสิทธิเสรีภาพของปัจเจกบุคคล มักถูกหยิบยกมาใช้ในช่วงที่ประเทศอยู่ภายใต้รัฐบาลทหาร

📜 3. ประวัติศาสตร์การเมืองไทยโดยสังเขป

ดีเอ็นเอของการเมืองไทยคือความไร้เสถียรภาพอย่างถาวร นับตั้งแต่ปี 2475 ประเทศไทยเกิดการรัฐประหารมาแล้ว 13 ครั้ง และมีรัฐธรรมนูญถึง 20 ฉบับ

ปมปัญหาหลักที่ฉุดรั้งประชาธิปไตยไทย มาจากการครอบงำของกลุ่มพลัง "ชนชั้นนำทหาร-กษัตริย์นิยม" (Royalist-military elites) ที่ร่วมมือกันเพื่อกำราบการเมืองมวลชน แบ่งช่วงเวลาสำคัญได้ดังนี้:

3.1 ยุคทศวรรษ 2490 ถึงก่อนปี 2540

  • ทศวรรษ 2490-2500: จอมพล ป. และจอมพลสฤษดิ์ ฟื้นฟูบทบาทสถาบันกษัตริย์เพื่อสร้างพันธมิตรและป้องกันภัยคอมมิวนิสต์ในยุคสงครามเย็น เกิดโครงสร้างอำนาจแบบ "รัฐราชการอุปถัมภ์" หรือ "อำมาตยาธิปไตย" ที่กองทัพและข้าราชการมีอิทธิพลสูงสุด
  • เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 และ 6 ตุลา 2519: พลังนักศึกษาและประชาชนลุกขึ้นสู้กับเผด็จการ นำไปสู่ความรุนแรงและการนองเลือดครั้งใหญ่จากความหวั่นวิตกของชนชั้นนำ
  • ยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ (ทศวรรษ 2520): ภายใต้การนำของ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เกิดการประนีประนอมจัดสรรอำนาจระหว่างกองทัพกับนักการเลือกตั้ง

3.2 ยุคปี 2540–2549: รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนสู่ความขัดแย้ง

  • รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540: ได้ชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน มุ่งขจัดธุรกิจการเมือง (ธนกิจการเมือง) และสร้างความเข้มแข็งให้พรรคการเมืองผ่านองค์กรอิสระ
  • พรรคไทยรักไทย: ภายใต้การนำของทักษิณ ชินวัตร ชนะเลือกตั้งถล่มทลายด้วยนโยบายประชานิยม (เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค, กองทุนหมู่บ้าน)
  • การรัฐประหาร 2549: ความนิยมที่ท่วมท้นและความขัดแย้งนำไปสู่การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยพันธมิตรกองทัพ-ชนชั้นนำ เพื่อล้มล้างอำนาจของทักษิณ

3.3 ยุคปี 2549–2557: วิกฤตการณ์การเมืองและการเผชิญหน้าของมวลชน

  • ความขัดแย้งสีเสื้อ: การปะทะกันระหว่างกลุ่มพันธมิตรฯ (เสื้อเหลือง) และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. (เสื้อแดง) ซึ่งจบลงด้วยการสลายการชุมนุมอันรุนแรงในปี 2553
  • กปปส. และการรัฐประหาร 2557: การชุมนุมต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้วยแนวคิดกษัตริย์นิยมสุดโต่ง ปูทางให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำการรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557

⚙️ 4. การเมืองไทยปัจจุบันและความพยายามเปลี่ยนผ่าน

ยุทธศาสตร์การสืบทอดอำนาจของ คสช.

  • รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560: ออกแบบกลไกให้วุฒิสภา (250 คนที่ คสช. แต่งตั้ง) มีอำนาจร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี และเพิ่มอำนาจให้องค์กรอิสระ
  • การเสริมสร้างพระราชอำนาจ: ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการปรับโครงสร้างสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และการโอนย้ายหน่วยทหารสำคัญมาอยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรง
  • การปราบปรามผู้เห็นต่าง: ใช้ทั้งมาตรการทางกฎหมาย (เช่น มาตรา 112, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์) และการใช้อำนาจกดดันกลุ่มนักกิจกรรมและเยาวชน

ปรากฏการณ์คนหนุ่มสาวและการเลือกตั้ง 2562-2566

  • พรรคอนาคตใหม่ และ พรรคก้าวไกล: การเติบโตของพรรคการเมืองทางเลือกใหม่ที่ชูธงปฏิรูปกองทัพและสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้รับชัยชนะอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งปี 2566 (นำโดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์)
  • การสกัดกั้นทางการเมือง: องค์กรตามรัฐธรรมนูญและ สว. ขัดขวางไม่ให้จัดตั้งรัฐบาล นำไปสู่การยุบพรรคก้าวไกล และจัดตั้งรัฐบาลผสมโดยพรรคเพื่อไทย (มีเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี) สะท้อนว่าชนชั้นนำเดิมยังคงรักษากลไกอำนาจไว้ได้โดยไม่ต้องชนะการเลือกตั้ง

✊ 5. พลเมืองที่ตื่นตัวในระบอบประชาธิปไตย (Active Citizen)

ท่ามกลางประชาธิปไตยที่ถดถอย การกอบกู้อستคโตด้วยตนเองต้องอาศัยแนวคิด "พลเมืองผู้ตื่นตัว" (Active Citizen) ซึ่งไม่ใช่แค่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง แต่คือผู้ที่มีส่วนร่วมกระตือรือร้นในการสร้างสรรค์สังคม

คุณลักษณะสำคัญของพลเมืองตื่นตัว

  • มีความรู้และตระหนักรู้: เข้าใจสิทธิ หน้าที่ และปัญหาสังคม เศรษฐกิจ การเมือง สิ่งแวดล้อม
  • มีส่วนร่วมทางสังคม: เข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหาตั้งแต่ระดับชุมชน ท้องถิ่น จนถึงระดับประเทศ
  • กล้าวิพากษ์และตรวจสอบ: ตั้งคำถามต่อการทำงานของรัฐ หน่วยงานราชการ หรือสถาบันต่างๆ
  • มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม: คำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ พร้อมเคารพสิทธิและความหลากหลายของผู้อื่น

ระดับการแสดงออกของพลเมือง

ระดับการมีส่วนร่วมรูปแบบการแสดงออกและกิจกรรมตัวอย่าง
ระดับชีวิตประจำวัน- เลือกบริโภคสินค้าที่เป็นธรรม รักษาสิ่งแวดล้อม และบอยคอดสินค้าที่เอาเปรียบ
- ใช้โซเชียลมีเดียติดตาม/เผยแพร่ข่าวสารเรื่องสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียม
ระดับสถาบันการศึกษา- เข้าร่วมสโมสรนักศึกษา ชมรม หรือทำกิจกรรมอาสาสมัคร
- พัฒนานวัตกรรมแก้ปัญหาสังคม หรือรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อม
ระดับสาธารณะ- ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง และร่วมเป็นอาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้ง
- สนับสนุนพรรคการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย ติดตามการร่างกฎหมายและการทุจริตคอรัปชั่น

"บ้านช่องห้องหอจะน่าอยู่ได้ด้วยเจ้าของฉันใด ประเทศชาติจะเป็นประชาธิปไตยได้ก็ด้วยประชาชนพลเมืองฉันนั้น"